ประวัติความเป็นมา

กองการเจ้าหน้าที่เดิมเป็นเพียงงานหนึ่งในสำนักงานอธิการบดี ตั้งอยู่ที่อาคารสำนักงานอธิการบดี ชั้น 1 ต่อมาเมื่อมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ซึ่งในขณะนั้นเป็นวิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานี ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามวิทยาลัยครูว่า “สถาบัน ราชภัฏ” เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2535 และได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 มีผลให้วิทยาลัยสุราษฎร์ธานี เปลี่ยนเป็น สถาบันราชภัฏสุราษฎร์ธานี สังกัดสำนักงานสภาถาบันราชภัฏ กระทรวงศึกษาธิการ และในปี พ.ศ. 2547 ได้รับการยกฐานะเป็น มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2547 ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.2547 สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของมหาวิทยาลัยดังกล่าวส่งผลให้มหาวิทยาลัยมีการพัฒนาในทุกๆ ด้านให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน การพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงของมหาวิทยาลัยส่งผลให้ทุก ๆ หน่วยงานในมหาวิทยาลัยจะต้องมีการเจริญเติบโตขึ้น ดังนั้น เพื่อให้ การปฏิบัติงานต่าง ๆ ของกองการเจ้าหน้าที่มีความคล่องตัวขึ้น มหาวิทยาลัยจึงเห็นสมควรให้ยกฐานะ งานการเจ้าหน้าที่ เป็นกองการเจ้าหน้าที่ สังกัดสำนักงานอธิการบดี โดยมีรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร เป็นผู้กำกับดูแลการปฏิบัติงาน ตั้งอยู่ที่อาคารกาญจนาภิเษกอนุสรณ์ ชั้น 1 มีภาระงานที่รับผิดชอบ ได้แก่ งานบริหารทั่วไป งานพัฒนาระบบงานและอัตรากำลัง งานพัฒนาบุคลากรและกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ งานสรรหา บรรจุแต่งตั้ง ทะเบียนประวัติและบำเหน็จความชอบ งานสวัสดิการ และงานด้านกฎหมาย วินัยและนิติการ

ต่อมามหาวิทยาลัยมีการพัฒนาเพื่อมุ่งยกระดับการศึกษาของมหาวิทยาลัยเพื่อให้นักศึกษา มีความรู้ความสามารถเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน พร้อมกันนั้นมหาวิทยาลัยได้ตระหนักถึงความสำคัญ ในการพัฒนาบุคลากรในสังกัด จึงเห็นชอบให้แต่งตั้งรองอธิการบดีฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ เพื่อกำกับดูแลการปฏิบัติงานของกองการเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามทิศทางที่มหาวิทยาลัยกำหนดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งโครงการบริหารงานภายในออกเป็น 5 งาน ได้แก่

  1. งานบริหารทั่วไป
  2. งานพัฒนาระบบงานและอัตรากำลัง
  3. งานพัฒนาบุคลากรและกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ
  4. งานสรรหา บรรจุแต่งตั้ง ทะเบียนประวัติและบำเหน็จความชอบ
  5. งานสวัสดิการ

โดยในส่วนงานด้านกฎหมาย วินัยและนิติกร ซึ่งแต่เดิมเป็นงานหนึ่งในกองการเจ้าหน้าที่ มหาวิทยาลัยเห็นสมควรให้ย้ายไปสังกัดสำนักงานกิจการสภาและนิติกร เพื่อความเหมาะสมของการปฏิบัติงาน